ในสัปดาห์นี้ขอนำประเด็นภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ ที่มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย
แต่มีแหล่งเงินได้ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ที่เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2)(3)(4)(5) หรือ (6) แห่งประมวลรัษฎากร ที่จ่ายจากหรือในประเทศไทย ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร มา ปุจฉา-วิสัชนา ต่อจากคราวก่อนดังนี้
ปุจฉา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับเงินได้ตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร มีหลักเกณฑ์อย่างไร
วิสัชนา หลักการทั่วไปของภาษีเงินได้นิติบุคคลกรณีดังกล่าวมีดังนี้
1.เงินได้ตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่ เงินได้เนื่องจากการรับทำงานให้ เช่น ค่าบริหารจัดการทางธุรกิจ ค่าบริการนายหน้าตัวแทน ค่าฝึกอบรม ค่าซ่อมแซมเครื่องจักรอุปกรณ์
2.โดยทั่วไปให้คำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับเงินได้ตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร ในอัตรา 15% โดยเฉพาะในกรณีที่จ่ายเงินได้ดังกล่าวให้แก่บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศ ที่ไม่มีอนุสัญญาว่าด้วยการเว้นการเก็บภาษีซ้ำซ้อนกับประเทศไทย เช่น บริษัท ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการขนส่งทางเรือระหว่างประเทศ ในการดำเนินงานบริษัท มีค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ต้องจ่ายไปยังต่างประเทศ
(1) กรณีจ่ายค่า Ship Management ซึ่งเป็นค่าบริหารเรือ ทางด้านเทคนิคการเดินเรือให้กับบริษัทในต่างประเทศ เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทผู้จ่ายเงินดังกล่าวมีหน้าที่ต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15.0
(2) กรณีค่านายหน้าในการนำเรือเข้าท่าเรือ (Agency) และค่านายหน้าในการหาผู้เช่าเรือ (Brokerage) เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัท ผู้จ่ายเงินได้ดังกล่าวไปยังต่างประเทศ มีหน้าที่ต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15.0
(3) สำหรับค่าเทียบเรือเมื่อเรือเข้าเทียบท่าเรือในต่างประเทศ ค่าเบี้ยประกันภัยตัวเรือ ค่าเบี้ยประกันภัยลูกเรือ ค่าเบี้ยประกันภัยสินค้า ค่าซ่อมแซมตัวเรือ (Bunking) ค่ารักษาพยาบาล และค่ารับรอง (Entertain) ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายของลูกเรือตามที่ได้จ่ายไปจริง เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทผู้จ่ายเงินดังกล่าวไปยังต่างประเทศ ไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย แต่อย่างใด (หนังสือกรมสรรพากรที่ กค 0802/12269 ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2537)
3.กรณีจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ ที่มีอนุสัญญาว่าด้วยการเก็บภาษีซ้ำซ้อนกับประเทศไทย และมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย ผู้จ่ายเงินได้ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายแต่อย่างใด
4.กรณีจ่ายค่านายหน้าตัวแทนจากการหาลูกค้าในต่างประเทศ เพื่อการขายสินค้าหรือให้บริการในต่างประเทศ และค่าฝึกอบรมในต่างประเทศ ไม่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 83/6 แห่งประมวลรัษฎากร แต่อย่างใด
การคำนวณหักภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 70 สำหรับเงินได้ตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร อาจแสดงเป็นตารางได้ดังนี้
ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา 70 สำหรับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร
ผู้จ่ายเงินได้ในประเทศไทย
จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา
40(2) แห่งประมวลรัษฎากร
ผู้มีเงินได้ตั้งขึ้นตามกฎหมาย
ของประเทศ DTA
ไม่ใช่
เงินได้ที่จ่ายเป็นค่านายหน้าจาก
การหาลูกค้าในต่างประเทศ
ไม่ใช่
เงินได้ที่จ่ายเป็นค่านายหน้าจาก
การหาลูกค้าในประเทศไทย
ไม่ใช่
เงินได้ที่จ่ายเป็นค่าฝึกอบรม
ในต่างประเทศ
ไม่ใช่
เงินได้ที่จ่ายเป็นค่าซ่อมแซม
ต่างๆ
ไม่ใช่
เงินได้ที่จ่ายเป็นค่าบริการ
รับทำงานให้อื่นๆ
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้ง
ขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศมิได้
ประกอบกิจการในประเทศไทย
ใช่
ไม่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่
จ่าย เพราะเป็นกำไรจากธุรกิจ
ใช่
คำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายใน
อัตรา 15% และไม่ต้องนำส่งภาษี
มูลค่าเพิ่ม
ใช่
คำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายใน
อัตรา 15% และต้องนำส่งภาษีมูล
ค่าเพิ่ม
ใช่
คำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายใน
แต่มีแหล่งเงินได้ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ที่เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2)(3)(4)(5) หรือ (6) แห่งประมวลรัษฎากร ที่จ่ายจากหรือในประเทศไทย ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร มา ปุจฉา-วิสัชนา ต่อจากคราวก่อนดังนี้
ปุจฉา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับเงินได้ตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร มีหลักเกณฑ์อย่างไร
วิสัชนา หลักการทั่วไปของภาษีเงินได้นิติบุคคลกรณีดังกล่าวมีดังนี้
1.เงินได้ตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่ เงินได้เนื่องจากการรับทำงานให้ เช่น ค่าบริหารจัดการทางธุรกิจ ค่าบริการนายหน้าตัวแทน ค่าฝึกอบรม ค่าซ่อมแซมเครื่องจักรอุปกรณ์
2.โดยทั่วไปให้คำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับเงินได้ตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร ในอัตรา 15% โดยเฉพาะในกรณีที่จ่ายเงินได้ดังกล่าวให้แก่บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศ ที่ไม่มีอนุสัญญาว่าด้วยการเว้นการเก็บภาษีซ้ำซ้อนกับประเทศไทย เช่น บริษัท ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการขนส่งทางเรือระหว่างประเทศ ในการดำเนินงานบริษัท มีค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ต้องจ่ายไปยังต่างประเทศ
(1) กรณีจ่ายค่า Ship Management ซึ่งเป็นค่าบริหารเรือ ทางด้านเทคนิคการเดินเรือให้กับบริษัทในต่างประเทศ เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทผู้จ่ายเงินดังกล่าวมีหน้าที่ต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15.0
(2) กรณีค่านายหน้าในการนำเรือเข้าท่าเรือ (Agency) และค่านายหน้าในการหาผู้เช่าเรือ (Brokerage) เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัท ผู้จ่ายเงินได้ดังกล่าวไปยังต่างประเทศ มีหน้าที่ต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15.0
(3) สำหรับค่าเทียบเรือเมื่อเรือเข้าเทียบท่าเรือในต่างประเทศ ค่าเบี้ยประกันภัยตัวเรือ ค่าเบี้ยประกันภัยลูกเรือ ค่าเบี้ยประกันภัยสินค้า ค่าซ่อมแซมตัวเรือ (Bunking) ค่ารักษาพยาบาล และค่ารับรอง (Entertain) ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายของลูกเรือตามที่ได้จ่ายไปจริง เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทผู้จ่ายเงินดังกล่าวไปยังต่างประเทศ ไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย แต่อย่างใด (หนังสือกรมสรรพากรที่ กค 0802/12269 ลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2537)
3.กรณีจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ ที่มีอนุสัญญาว่าด้วยการเก็บภาษีซ้ำซ้อนกับประเทศไทย และมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย ผู้จ่ายเงินได้ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายแต่อย่างใด
4.กรณีจ่ายค่านายหน้าตัวแทนจากการหาลูกค้าในต่างประเทศ เพื่อการขายสินค้าหรือให้บริการในต่างประเทศ และค่าฝึกอบรมในต่างประเทศ ไม่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 83/6 แห่งประมวลรัษฎากร แต่อย่างใด
การคำนวณหักภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 70 สำหรับเงินได้ตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร อาจแสดงเป็นตารางได้ดังนี้
ภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา 70 สำหรับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร
ผู้จ่ายเงินได้ในประเทศไทย
จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา
40(2) แห่งประมวลรัษฎากร
ผู้มีเงินได้ตั้งขึ้นตามกฎหมาย
ของประเทศ DTA
ไม่ใช่
เงินได้ที่จ่ายเป็นค่านายหน้าจาก
การหาลูกค้าในต่างประเทศ
ไม่ใช่
เงินได้ที่จ่ายเป็นค่านายหน้าจาก
การหาลูกค้าในประเทศไทย
ไม่ใช่
เงินได้ที่จ่ายเป็นค่าฝึกอบรม
ในต่างประเทศ
ไม่ใช่
เงินได้ที่จ่ายเป็นค่าซ่อมแซม
ต่างๆ
ไม่ใช่
เงินได้ที่จ่ายเป็นค่าบริการ
รับทำงานให้อื่นๆ
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้ง
ขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศมิได้
ประกอบกิจการในประเทศไทย
ใช่
ไม่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่
จ่าย เพราะเป็นกำไรจากธุรกิจ
ใช่
คำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายใน
อัตรา 15% และไม่ต้องนำส่งภาษี
มูลค่าเพิ่ม
ใช่
คำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายใน
อัตรา 15% และต้องนำส่งภาษีมูล
ค่าเพิ่ม
ใช่
คำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายใน
อัตรา 15% และไม่ต้องนำส่งภาษี
มูลค่าเพิ่ม
ใช่
คำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายใน
อัตรา 15% และต้องนำส่งภาษีมูล
ค่าเพิ่ม
คำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายใน
อัตรา 15% และต้องนำส่งภาษีมูล
ค่าเพิ่ม
มูลค่าเพิ่ม
ใช่
คำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายใน
อัตรา 15% และต้องนำส่งภาษีมูล
ค่าเพิ่ม
คำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายใน
อัตรา 15% และต้องนำส่งภาษีมูล
ค่าเพิ่ม
จากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ คอลัมน์ไขปัญหาภาษี วันที่ 22 มิถุนายน 2548
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น